เรียนร้องเพลงมาสักพักแล้วเมื่อไหร่ถึงจะร้องเก่ง?

159

เรียนร้องเพลงมาสักพักแล้วเมื่อไหร่ถึงจะร้องเก่ง?

เป็นคำถามที่ครูตอบยากที่สุด และได้ตอบมาแล้วในหลายแบบมากๆ แต่ในบทความนี้ครูจะพยายามตอบให้ตรงกับความเป็น”จริง” ที่สุดค่ะ..

ถ้าให้ครูตอบแบบกำปั้นทุบดินก็คือ… “ไม่มีวันสิ้นสุดค่ะ” เพราะแม้แต่นักร้องระดับโลกเขาก็ยังต้องวอร์มเสียงและฝึกเทคนิคใหม่ๆ อยู่เสมอ แต่ถ้าถามว่าต้องเรียนนานแค่ไหนถึงจะ “ร้องเป็นเพลง” หรือ “ไม่อายใคร” ครูมีข้อชวนคิดจากประสบการณ์จริงมาแชร์ค่ะ

1. นิยามคำว่า “เก่ง” ของคุณคืออะไร?

ก่อนจะคุยเรื่องเวลา เราต้องมีกำหนดระยะเวลาของเป้าหมายก่อน ซึ่งก็พอจะประมาณได้คร่าวๆดังนี้ (ขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัย)

  • เก่งระดับ 1 (พื้นฐาน): ร้องเพลงไม่หลงคีย์ คุมลมได้ไม่เหนื่อยหอบ (ใช้เวลาประมาณ 3 – 6 เดือน)
  • เก่งระดับ 2 (มีสไตล์): เริ่มมีลูกเอื้อน มีเทคนิค Dynamic หนักเบา และสื่อสารอารมณ์ได้ (ใช้เวลาประมาณ 1 – 2 ปี)
  • เก่งระดับ 3 (ศิลปิน/อาชีพ): มีเอกลักษณ์ชัดเจน ร้องเพลงยากๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ คุมเวทีอยู่ (ใช้เวลา 3 – 5 ปีขึ้นไป)

2. สูตร 20% เรียน + 80% ซ้อม

หลายคนเข้าใจผิดว่าการมาเจอครูอาทิตย์ละ 1 ชั่วโมงคือ “การเรียน” แต่ความจริงคือ…

“ชั่วโมงเรียนกับครูคือการหาจุดผิด ส่วนชั่วโมงซ้อมที่บ้านคือการสร้างความเก่ง”

ถ้าคุณมาเรียนกับครูอาทิตย์ละชั่วโมง แต่ที่เหลืออีก 6 วันไม่เคยซ้อมร้องเลย เรียนไป 3 ปี คุณก็อาจจะยังอยู่ที่เดิมค่ะ ครูบอกเลยว่า ในระยะยาว “วินัย” สำคัญกว่า “พรสวรรค์” แน่นอนค่ะ

3. ตัวแปรที่ทำให้แต่ละคน “ถึงที่หมาย” ช้า-เร็วไม่เท่ากัน

  • ต้นทุนเดิม (Ear Training): คนที่หูดี แยกแยะโน้ตออกจะไปเร็วกว่าคนที่เป็น “Tone Deaf” (หูตึงคีย์)
  • ความจำกล้ามเนื้อ (Muscle Memory): การร้องเพลงคือการฝึกกล้ามเนื้อที่มองไม่เห็น บางคนสั่งการร่างกายได้เร็ว บางคนต้องทำซ้ำๆ เป็นหมื่นครั้งกว่าร่างกายจะจำ
  • ความกล้าที่จะ “พัง”: คนที่กล้าทำเสียงน่าเกลียด กล้าลองตามที่ครูบอก จะเก่งเร็วกว่าคนที่กังวลเรื่องภาพลักษณ์ตลอดเวลา

4. กราฟความเก่ง 

ในการเรียนร้องเพลง คุณจะเจอช่วงที่เรียกว่า “Plateau” หรือช่วงที่รู้สึกว่า “ทำไมซ้อมแทบตายแต่ไม่เก่งขึ้นเลย?”

  • ช่วงแรก: จะพุ่งพรวดพราด (คุณจะตื่นเต้นมาก)
  • ช่วงกลาง: จะเริ่มนิ่ง (ช่วงนี้แหละที่คนมักจะเลิกเรียน)
  • ช่วงข้ามขีดจำกัด: ถ้าคุณผ่านช่วงนิ่งมาได้ คุณจะค้นพบความ WOW ของเสียงตัวเอง

.

มุมมองจากครู: อย่าไปมองแต่ตัวเลขว่าต้องเรียนกี่เดือนกี่ปีเลยค่ะ ให้ถามตัวเองว่า “วันนี้เราร้องเพลงมีความสุขกว่าเมื่อวานไหม?” ถ้าวันนี้คุณกล้าขึ้นเสียงสูงในท่อนที่เคยกลัวได้สำเร็จ นั่นแหละคือพัฒนาการที่ดีขึ้นแล้ว 

.

“การร้องเพลงไม่ใช่การวิ่งร้อยเมตร แต่มันคือการวิ่งมาราธอน… ถ้าเราสนุกกับวิวข้างทาง ไม่ย่อท้อต่อการฝึกฝนที่สม่ำเสมอ เราจะไปถึงเส้นชัยได้โดยไม่รู้สึกว่ามันนานเลย”

นอกจากนี้คุณยังอาจต้องการ