8 วิธี เพื่อพัฒนาความสามารถในการร้องเพลง ตอนที่ 1

1) หาเอกลักษณ์ในน้ำเสียงของตัวเอง

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่าความสามารถในการร้องเพลงของแต่ละคนเป็นเรื่องเฉพาะตัว และมันคงเป็นเรื่องที่ไม่ดีเอามากๆหากจะให้ตูน บอดีแสลม ไปร้องเพลงออกอัลบั้มให้เสียงเหมือนพี่เบิร์ด ธงชัย เป๊ะๆ เพราะทั้งคู่เป็นนักร้องดังที่มีจุดแข็งในเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว.. แทนที่เราจะพยายามฝึกร้องเพลงเลียนแบบคนอื่น เราเอาเวลาไปฝึกร้องเพลงในแบบของเราเพื่อหาจุดแข็งหรือเอกลักษณ์ในน้ำเสียงของเราจะดีกว่า

มีตัวอย่างที่อยากจะพูดถึงมากๆคือ.. เชื่อมั๊ยคะว่า “เอลวิส เพลสลี่ย์” เคยถูกอาจารย์สอนดนตรีดูถูกในความสามารถในการร้องเพลงของเขา โดยบอกว่า เอลวิส ไม่มีความสามารถในการร้องเพลงได้ดี แต่ในที่สุดครูดนตรีคนนั้นก็ได้รู้แล้วว่า เอลวิส สามารถเป็นนักร้องได้ดีและประสบความสำเร็จได้
“ที่ครูแอร์ต้องการจะสื่อคือ ทุกคนสามารถฝึกร้องเพลงให้ดีขึ้นได้แน่นอน”

2) ตัดสินใจจะเป็นนักร้องที่เก่งขึ้น

มันต้องลงทุนลงแรงบ้าง..ไม่ว่าคุณจะร้องเพลงได้แบบดีพอใช้ หรือเป็นนักร้องเสียงเพี้ยน คุณก็สามารถพัฒนาเสียงร้องของตัวเองได้ โดยอาศัยการเรียนรู้ร่วมกับการฝึกฝนเทคนิคตั้งแต่พื้นฐานให้เป็นกิจวัตร และต้องตั้งเป้าหมายของการฝึกด้วย เพื่อเปลี่ยนไปสู่เสียงร้องเพลงที่ดีขึ้น โดยคุณต้องมีความมุ่งมันและแรงปราถณาอย่างแรงกล้าเท่านั้น หากคุณได้ติดตามและสังเกตุ ผู้เข้าประกวดร้องเพลงในเวทีใหญ่ๆทั้งในและต่างประเทศ สิ่งที่นำให้เหล่าผู้เข้าประกวดเข้าสู่เวทีประกวด สิ่งแรกมันคือความเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวเอง แม้ว่าบางคนที่ได้รับคำวิจารณ์ในแง่ลบจะเสียความมั่นใจไป แต่หลายๆคนก็น้อมรับคำวิจารณ์อย่างเปิดใจ และตั้งใจฝึกฝนตัวเองใหม่เพื่อเข้ามาประกวดใหม่ในซีซั่นต่อไป

“ไอสไตน์“เคยพูดว่า”ผู้ที่อุทิศตนเพื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยกำลังและจิตวิญญาณทั้งหมดที่มีเท่านั้น จึงจะสามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ถ่องแท้ได้”

 

3) เรียนรู้เทคนิคการร้องเที่เหมาะสม

การเป็นนักร้องที่ดีต้องเข้าใจว่าเสียงทำงานยังไง  และต้องได้รับการฝึกฝนที่เหมาะสม ถ้าบรรดาผู้เข้าแข่งขันใน กรณีข้อ2 กลับเข้าไปประกวดอีกครั้ง โดยไม่รู้ว่าตัวเองทำยังไง หรือต้องแก้ไขอะไรบ้าง โดยไม่ขวนขวายหาคำแนะนำหรือเรียนรู้เพื่อเพิ่มทักษะ คุณคิดว่าผลจะเป็นอย่างไรบนเวทีการประกวดนั้น.. พวกเขาจะทำขั้นตอนเดิมซ้ำๆ(โดยไม่รู้ว่าผิดหรือถูก) แต่พวกเขาคาดหวังที่จะได้รับผลลัพธ์ที่ดีกว่าครั้งก่อน ซึ่งมันไม่มีทางเป็นไปได้..

ตอนนี้คุณลองตั้งคำถามกับตัวเองดูนะคะว่า ณ ตอนนี้คุณรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับการร้องเพลง? คุณได้ฝึกฝนกับผู้รู้ด้านการร้องอยู่หรือไม่? คุณได้อ่านหนังสือหรือเข้าร่วมการพัฒนาทักษะด้านการร้องบ้างใหม?

 

4) ตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้

การตั้งเป้าหมาย เราต้องจำให้ขึ้นใจว่า นักร้องที่มีชื่อเสียงส่วนมากหรือแทบทั้งหมด ได้ผ่านการฝึกฝนแบบมืออาชีพ และพวกเขาใช้เวลาหลายๆชั่วโมงต่อวันในการฝึกสิ่งที่น่าเบื่อ ซึ่งคนส่วนใหญ่จะเบื่อหน่ายอย่างรวดเร็วและมักจะมีข้ออ้างเพื่อผลัดผ่อนไม่ยอมทำตามที่ครูแนะนำ

และถ้าคุณฝึกฝนการร้องเพลงด้วยความรักและมีทัศนคติแบบเดียวกับนักร้องที่มีชื่อเสียงเหล่านั้น คุณก็จะสามารถบรรลุเป้าหมายได้เช่นเดียวกัน แต่ก่อนอื่นคุณต้องตั้งเป้าหมายก่อนเป็นอันดับแรก โดยแทนที่จะคาดหวังที่จะร้องดีขึ้นภายในเดือนเดียวหรือเร็วกว่านั้น คุณควรหันมาฝึกฝนทักษะพื้นฐานต่างๆให้เชี่ยวชาญก่อน เช่นการหายใจ ท่าทาง ฯลฯ แล้วเราค่อยไปโพกัสในด้านอารมณ์หรือในเอกลักษณ์ของเสียงทีหลัง

การฝึกฝนเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ ก็เปรียบเหมือนก้อนอิฐที่ตั้งเรียงซ้อนกันไปเรื่อยๆจนประกอบกันกลายเป็นตึก ดังนั้น..จงตั้งใจเรียนรู้และฝึกฝนที่จะสำเร็จลุล่วงไปทีละขั้นตอนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ สุดท้ายมันเป็นเรื่องของเวลาเท่านั้นเอง

นอกจากนี้คุณยังอาจต้องการ