เส้นทางฝันนั้นง่ายจริงหรือ ?

19

เส้นทางฝันนั้นง่ายจริงหรือ ?
ถ้าพูดถึงอาชีพนักร้อง ก็คงจะเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ใครๆก็ใฝ่ฝันกัน ( เมื่อก่อนครูก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ฝันถึงอาชีพนี้เหมือนกันนะ) แต่จะมีใครรูบ้างไม๊ว่า กว่าจะได้เป็นนักร้อง…..เอาแค่มีผลงานออกมาสู่สายตาประชาชนทั่วไปซักอัลบั้มนึงเนี่ย มันสุดแสนจะรันทด และโค-ตะ-ระ ยากจริงๆ

เริ่มต้นด้วยการทีเราเองต้องมีพื้นฐานทางด้านการร้องเพลงที่ดีอยู่บ้าง ไอ้ที่บอกว่าอยู่บ้างเนี่ย ไม่ใช่ว่าแค่ร้องตรงโน้ต ตรงจังหวะแค่นั้นนะ แต่หมายถึงว่าต้องร้องเพราะ มีอารมณ์ในน้ำเสียง ทั้งเพลงช้าและเพลงเร็วเลยล่ะ ยิ่งถ้ามีเอกลักษณ์ในน้ำเสียงหมายถึงว่ามีเสียงที่แปลกหรือใช้เทคนิคแปลกๆในการร้องได้ก็ยิ่งดี เพราะอะไรที่แปลกๆเนี่ยคนมักจะชอบ และจดจำง่าย ดูอย่างลิเดียสิ ใช้เสียงขึ้นจมูกมาร้องเพลง ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนเอาเสียงแบบนี้มาร้องเพลงก็คงจะโดนบรรดาครูเพลงทั้งหลายต่อว่าต่อขานกันแน่ๆ แต่ลิเดียนำเสียงแบบนี้มาใช้ร้องได้อย่างเหมาะเจาะลงตัว เหมาะสมกับเวลาด้วย งานนี้ก็คงต้องยกความดีความชอบให้กับโปรดิวเซอร์ล่ะค่ะ

คุณๆก็ลองพิจารณาตัวเองดูละกันนะคะว่าแค่ข้อแรกเนี่ยพอจะมีเปอร์เซนต์กับเค้าบ้างไม๊ ถ้าคิดว่ายัง มันก็อยู่ที่คุณแล้วล่ะว่าจะฝันต่อหรือเปล่า ถ้าไม่….ก็คงต้องเลิกฝันแล้วก็เลิกคิดถึงมันซะ แล้วเอาเวลาไปทำอย่างอื่นน่าจะดีกว่า แต่ถ้าจะฝันกันต่อก็ต้องหาวิธีฝึกฝนล่ะค่ะ อาจจะฝึกด้วยตนเองหรือถ้าจะให้ดีก็หาสถานที่เรียนให้เป็นเรื่องเป็นราวไป ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าจะเก่งกันได้ง่ายๆ มันต้องใช้ความอดทนและความพยายามค่อนข้างมากเพราะอาจจะต้องใช้เวลาเป็นปี หรืออาจจะหลายปี อันนี้ขอนอกเรื่องนิดนึง เคยมีนะนักเรียนของครูบางคนใจร้อน อยากเก่งเร็วๆ มาเรียนทุกสัปดาห์ แต่ไม่ค่อยกลับไปฝึกที่บ้าน ครูดูจากพัฒนาการที่เค้ากลับมาเรียนกับครูในแต่ละสัปดาห์ก็พอจะรู้เลยว่า กลับไปที่บ้านแล้วไม่ได้ฝึก เรียนได้ประมาณเกือบปี ก็มาบ่นกับครูว่าทำไมไม่เก่งซักที อยากจะบอกกับคุณๆทุกคนเลยนะคะว่า จริงๆแล้วครูผู้สอนเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ช่วยให้คุณเก่งเร็วขึ้นกว่าการที่คุณจะไปงมหาวิธีฝึกฝนด้วยตัวเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็อยู่ที่ตัวคุณเองด้วยว่า คุณทราบวิธีการที่ถูกต้องจากครูผู้สอนแล้ว คุณนำมันไปฝึกฝนด้วยตัวเองต่อหรือเปล่า เพราะลองคิดดู อย่างกรณีของนักเรียนที่ครูเล่าให้ฟังเนี่ย เรียนกับครูแค่สัปดาห์ละครั้ง ครั้งละ 1 ชั่วโมง เรียนอยู่ 1 ปี ก็คิดจะเลิกเพราะไม่เก่งซักที ถ้าบวกลบคูณหารกันให้ดี นักเรียนคนนี้เรียนกับครูมาแค่ 48 ชั่วโมงหรือ 2 วันเท่านั้นเองนะ คุณๆ ก็คิดดูละกันว่า คนเราจะทำอะไรให้เก่งได้ใน 2 วันหรือเปล่า จากประสบการณ์ของครูในการสอนลูกศิษย์หลายๆคน กว่าจะเก่งถึงขนาดได้เป็นนักร้องกันก็ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 5 ปี กันแทบทั้งนั้น ขนาดบางคนเป็นดารานักแสดงอยู่แล้ว กว่าจะได้เป็นนักร้องมีอัลบั้มกับเค้าก็ใช้เวลาในการฝึกฝนตัวเองถึง 2 ปี ฟังแค่นี้หลายๆคนถึงกับท้อทีเดียว

ปัจจัยต่อไปสำหรับเส้นทางฝันในการเป็นนักร้อง ก็คือ รูปร่าง หน้าตา บุคลิกและภาพลักษณ์ของตัวคุณเอง ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญอย่างหนึ่ง เปรียบเทียบง่ายๆ สมมุติว่าคุณจะซื้อขนมซักชิ้นหนึ่ง คุณก็ต้องดูก่อนล่ะว่าหน้าตามันดูดีน่าทานไม๊ จึงจะตัดสินใจซื้อ ยิ่งถ้าบรรจุอยู่ใน package ที่สวยงามก็ยิ่งทำให้ตัดสินใจซื้อง่ายเข้าไปใหญ่ ทั้งๆที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะอร่อยหรือไม่ โดยที่คุณอาจจะลืมมองขนมอีกชิ้นหนึ่งที่วางอยู่ข้างๆ ที่มีหน้าตาธรรมดาๆ หากแต่รสชาติอร่อย โอกาสแม้แต่จะชิมยังไม่มีเลย เป็นคุณคุณก็ต้องเลือกซื้อชิ้นที่มันน่าตาดีดูน่าทานมากกว่า แน่นอนการเป็นศิลปินนักร้องก็เหมือนกัน โปรดิวเซอร์เค้าก็ต้องเลือกคนที่หน้าตาและบุคลิกดีกว่าแน่ๆ เผลอๆอาจจะเลือกที่หน้าตามาก่อนการร้องเพลงด้วยซ้ำเพราะถือคติที่ว่าสวย หล่อ เอามาฝึกให้เก่งได้ คนเก่งแต่หน้าตาธรรมดาเอามาทำให้สวย หล่อ ได้ยาก

ยิ่งถ้าคุณคิดว่าจะลองดุ่ยๆ ส่งผลงานของคุณเองผ่านทางฝ่าย casting ของแต่ละค่ายล่ะก็ ครูบอกก่อนเลยว่าถ้าคุณหน้าตาธรรมดาหรือฝีมือไม่เจ๋งจริงๆ ก็คงเป็นไปได้ยาก เพราะเค้าก็จะคัดคุณจากรูปถ่ายก่อน แบ่งเป็นกลุ่ม A B C เรียงลำดับตามความหล่อ สวย จึงจะมาฟังผลงานคุณอีกทีหนึ่ง ลองคิดดูแล้วกันว่า ถ้าคุณหน้าตาธรรมดาไม่โดดเด่นพอที่จะอยู่ในกลุ่ม A B กว่าที่เค้าจะได้ฟังผลงานของคุณ ก็ต้องรอให้ผ่านกลุ่ม A B มาก่อนหรือไม่ก็มีสิทธิ์ที่เค้าอาจจะไม่ได้ฟังผลงานของคุณเลย

เมื่อก่อนครูก็คิดว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะสำคัญมากมายเท่าไร แต่ถ้านึกให้ดี ถ้าคุณจะต้องเป็นฝ่ายที่ต้องเสียสตางค์เพื่อจะทำให้คนๆหนึ่งมีชื่อเสียง เป็นศิลปินนักร้อง คุณก็ต้องคิดแล้วล่ะว่าคุณจะได้อะไรกลับมาบ้าง คุ้มค่าแค่ไหนกับการลงทุนที่เสียไป เพราะฉะนั้นก็อย่าไปโทษเค้าเลยค่ะ หันมามองตัวเราเองดีกว่าว่า ถ้าปัจจัยเรื่องหน้าตามีผลกับเราทำให้เราเสียโอกาสไป แล้วเราจะทำอย่างไรเพื่อจะให้ได้โอกาสกลับมา นั่นก็หมายความว่า คุณต้องพยายามเพิ่มขึ้นเพื่อจะทำให้ความสามารถทางด้านร้องเพลง และการแสดงออกของคุณโดดเด่นจนเป็นที่ยอมรับ ด้วยการทุ่มเทให้กับการฝึกฝนและพยายามไขว่คว้าหาโอกาสในการนำเสนอความเป็นตัวตนของคุณ อาจจะด้วยการประกวดตามเวทีต่างๆ โดยเฉพาะเวทีใหญ่ๆ เพราะครูคิดว่าวิธีนี้น่าจะเป็นเส้นทางลัดสำหรับคุณได้ ถ้าหากว่าคุณเจ๋งจริง

ที่ครูมาเล่าให้ฟังทั้งหมดเนี่ยไม่ใช่มาตอกย้ำให้หลายๆคนท้อนะคะ แต่ครูต้องการให้คุณๆ สำรวจตัวเองซะก่อนว่า สิ่งที่คุณกำลังฝันอยู่น่ะเป็นสิ่งที่คุณชอบและรักมันจริงหรือเปล่า ไม่ใช่แต่เฉพาะอาชีพนักร้องอย่างเดียวเท่านั้นนะ ในทุกๆเรื่องที่คุณฝันต่างก็ต้องใช้เวลาและความพยายามในการฝ่าฟันเพื่อให้ได้มาทั้งนั้น ดังนั้นก็ควรจะถามใจตัวเองก่อนเป็นสิ่งแรกก่อนที่คุณจะเสียเวลาไปกับมันเปล่าๆ เท่านั้นเอง

 

ขอสงวนลิขสิทธิ์ในบทความนี้ กรุณาแจ้งผู้ดูแลเว็บก่อนนำบทความนี้ไปใช้ หรือแก้ไข หรือดัดแปลง

KruAir.com

นอกจากนี้คุณยังอาจต้องการ